ปอร์ทสมัธ 0 – 1 แมนเชสเตอร์ ยูไนเต็ด

ภาพการแข่งขัน | วีดีโอคลิป
สนาม แฟรตตัน พาร์ค, อังกฤษ
ผู้ชมในสนาม 20,540 คน
รายการ พรีเมียร์ ลีก
เวลา 02.00 น. วันอังคารที่ 26 สิงหาคม 2551
ผู้ตัดสิน คริส ฟอย
แล้วแมนฯ ยูไนเต็ด ก็เก็บชัยชนะนัดแรกในฤดูกาลนี้ได้ จากการบุกไปเอาชนะปอร์ทสมัธ ได้ในแฟรตตัน พาร์ค ซึ่งต้องขอบคุณประตูเดียวของดาร์เรน เฟล็ตเชอร์
แม้จะไม่มีคริสเตียโน่ โรนัลโด้ ผู้ทำ 2 ประตูเมื่อฤดูกาลที่แล้ว แต่แมนฯ ยูไนเต็ด สามารถเอาชนะมาได้ 1 – 0 (แม้ประตูของเฟล็ตเชอร์จะยังมีข้อกังขาอยู่บ้าง)
ในเกมนี้ทีมแชมป์ต้องมีการเปลี่ยนแปลงตัวนักเตะหลายตำแหน่งเนื่องจากอาการบาดเจ็บ จึงต้องส่ง ปาทริซ เอฟร่า ลงไปช่วยเสริมแทน ไรอัน กิ๊กส์ ในส่วนของปีกซ้าย ขณะที่แอนเดอร์สัน ก็เดินกลับมาจากโอลิมปิกแบบสายฟ้าแลบ และลงเล่นแทนตำแหน่งของไมเคิล คาร์ริค ทั้งที่เพิ่งบินกลับมาจากกรุงปักกิ่ง และมาถึงอังกฤษเมื่อไม่ถึง 24 ชั่วโมงที่ผ่านมา รวมไปถึงคาร์ลอส เตเบซ ที่เดินทางกลับมาอังกฤษแล้ว หลังจากที่พลาดการลงสนามในนัดแรกที่พบกับ นิวคาสเซิล เนื่องจากการสูญเสียสมาชิกในครอบครัวของเขา
ปอร์ทสมัธ ได้โอกาสยิงลูกแรกในเวลาเพียง 13 วินาที โดยการยิงของ ปาปา บูบา ดิยอฟ แต่บอลก็เลยเสาออกไป แต่นอกจากจังหวะนั้นแล้วพวกเขาก็ยังต้องรอคอยที่จะทำประตูได้ต่อไป
ในขณะเดียวกัน แมนฯ ยูไนเต็ด ซึ่งอันตรายเสมอที่มีเวย์น รูนี่ย์ และคาร์ลอส เตเบซ ลงเล่นในแดนหน้า ในขณะที่มีพอล สโคลส์ วิ่งในตำแหน่งมิดฟิลด์ไปรอบๆ สนามทั้งซ้าย ขวา และตรงกลาง ก่อนเปิดบอลให้กับเวส บราวน์ ส่งลูกอันสวยงามต่อไปให้ รูนี่ย์ ฟาดเข้ากรอบ แต่ก็เข้าไปตรงตัวของ เดวิด เจมส์ พอดี
สโคลส์ ออกมาโชว์เครื่องหมายการค้าประจำตัวเขาอีกครั้งในนาทีที่ 19 เมื่อเขาปล่อยมิสไซล์จากลูกส่งของ รูนี่ย์ ในลูกเตะฟรีคิก แต่เจมส์ ก็พุ่งออกซ้ายและจัดการปัดบอลออกไปได้อย่างน่าทึ่ง
เกิดการปะทะในช่วงครึ่งแรก เมื่อ เตเบซ เข้าสกัดลูกเตะหวังผลของ ดิยอฟ และไม่นานจากนั้น บราวน์ ก็ต้องออกจากสนามไปด้วยอาการบาดเจ็บที่ตาข้างขวา จากการปะทะของ จอห์น โอเชีย และ ปีเตอร์ เคร้าช์
เคร้าช์ ได้โอกาสเหนี่ยวไกในนาทีที่ 25 แต่เอฟร่า เข้าสไลด์บอลสกัดศูนย์หน้าทีมชาติอังกฤษผู้นี้เอาไว้ได้ เป็นผลให้ได้ลูกเตะมุม แต่ ยูเนส กาบูล กองหลังปอมปีย์ ก็โหม่งบอลหลุดออกนอกกรอบไป
จากนั้น นาทีที่ 32 แมนฯ ยูไนเต็ด ก็ได้ประตูขึ้นนำจากการเปิดบอลของเอฟร่า ไปยังเฟล็ตเชอร์ ได้ยิงบอลข้ามเส้นประตูเข้าไป แม้ โซล แคมป์เบลล์ จะเตะบอลออกมาได้ แต่จากภาพรีเพลย์ก็เห็นว่าบอลลอยข้ามเส้นประตูไปแล้ว แมนฯ ยูไนเต็ด ขึ้นนำ 1 – 0
รูนี่ย์ ได้บุกอีกครั้ง หลังจากที่เขารับลูกเปิดตรงจากขอบสนามโดย แอนเดอร์สัน เขายิงลูกเรียด แต่บอลก็หลุดเสาไปอย่างน่าเสียดาย
ก่อนนกหวีดหมดครึ่งแรกจะดังขึ้น บราวน์ เข้าปะทะ อาร์มองด์ ตราโอเร่ ทำให้ได้รับใบเหลืองไป
เปิดเกมครึ่งหลัง แมนฯ ยูไนเต็ด เป็นทีมที่ถือไพ่เหนือกว่าอย่างเห็นได้ชัด และเป็นทีมที่เปิดครึ่งหลังอย่างสวยงาม เตเบซ ส่งลูกผ่านไปให้ รูนี่ย์ ทางด้านซ้ายของสนาม และศูนย์หน้าทีมชาติอังกฤษผู้นี้ก็ส่งลูกผ่านไปยังเสาไกล แอนเดอร์สัน เข้าเสียบลูก แต่ก็ช้ากว่า ดิสแตง เพียงเสี้ยววินาที
ฟาน เดอร์ ซาร์ เปิดบทบาทครั้งแรกในเกมนี้ เมื่อเกมผ่านไปได้หนึ่งชั่วโมงพอดี เมื่อตัวสำรองของปอร์ทสมัธ เฌโรม โธมัส ลองเสี่ยงโชคด้วยลูกยิงไกล ผู้รักษาประตูชาวดัทช์ที่ตื่นตัวรออยู่แล้ว ทำลายความพยายามที่จะทำประตูนั้น ด้วยพุ่งเข้าชกบอลออกไป
จากนั้น รูนี่ย์ก็ต้องตะโกนก้องขอลูกจุดโทษ เมื่อ แคมป์เบลล์ เข้าสกัดเขาจากการส่งลูกเข้าบุกในเขตประตู แต่ก็ไม่สำเร็จ
ในนาทีที่ 70 แมนฯ ยูไนเต็ด ได้โอกาสทำประตูจากเอฟร่า ตามด้วยลูกยิงของเฟล็ตเชอร์ แต่ลูกยิงของทั้งคู่ถูกสกัดไว้ได้โดย เกล็น จอห์นสัน อดีตของหลังของเชลซี จากนั้นวิดิช ก็ได้โอกาสโหม่งลูกแต่บอลก็ย้อยข้ามคานไป
นาทีที่ 79 ยูเนส กาบูล เข้าสกัดคาร์ลอส เตเบซ ล้มลงในระยะ 20 หลาทำให้ได้รับใบเหลืองไป แต่ เจอร์เมน เดโฟ ไม่พอใจทำตัดสินทำให้ผู้ตัดสินให้ใบเหลืองเขาไปอีกคน และเตเบซ ก็รับหน้าที่ยิงฟรีคิกแต่ เจมส์ ก็คว้าไว้ได้ ความแตกต่างระหว่างทั้งสองทีมเผยออกมาให้เห็นเมื่อสถานการณ์คล้ายคลึงกันเกิดขึ้นกับฝ่ายปอร์ทสมัธ เมื่อ ดิยาร์ร่า ยิงฟรีคิก แต่ก็ไปติดกำแพงของ แมนฯ ยูไนเต็ด ก่อนที่จะถึงมือ ฟาน เดอร์ ซาร์
ปอมปีย์ เริ่มเหนื่อยอ่อน และหอบอย่างเห็นได้ชัด แต่พวกเขาก็ยังไม่สามารถฝ่าด่านกองหลังของ แมนฯ ยูไนเต็ด เข้าไปได้ แม้ว่า เคร้าช์ จะทำตัวเป็นเหมือนเข็มที่พยายามจะฝ่ากองฟาง ในขณะที่ วิดิช, เฟอร์ดินานด์ และจอห์น โอเชีย ก็ทำหน้าที่ในแนวรับได้อย่างดี ปีศาจแดงเล่นบอลได้อย่างเหนือชั้น โรดริโก้ พอสเซบอน ตัวสำรองที่ลงมาเล่นแทนแอนเดอร์สัน ได้โอกาสฝ่าเข้ามาในกลุ่มได้อย่างนุ่มนวล แต่ก็ยังไม่สามารถผ่านแนวรับได้ และในที่สุดเวลาก็ค่อยๆ เดินมาจนถึงวินาทีสุดท้าย และจบเกมที่ 1 – 0 ยืนยันชัยชนะนัดแรกในฤดูกาลให้กับ แมนฯ ยูไนเต็ด บรรยายเกมโดย โอปอล
รายชื่อผู้เล่นของทั้งสองทีม
ปอร์ทสมัธ
เดวิด เจมส์ 1
โซล แคมป์เบลล์ 23
ซิลแวง ดิสแตง 15
อาร์มองด์ ตราโอเร่ 30
เกล็น จอห์นสัน 5
ยูเนส กาบูล 3
ฌอน เดวิส 28
ลาสซาน่า ดิยาร์ร่า 6
ปาปา บูบา ดิยอฟ 8 ( น.18)
ปีเตอร์ เคร้าช์ 9
เจอร์เมน เดโฟ 14 ( น.80)
สำรอง
เจมี่ แอชดาวน์ 21
เฌโรม โธมัส 11 น.56 อาร์มองด์ ตราโอเร่ 30
เบน ซาฮาร์ 26
เฮอร์มันน์ ไฮร์ดาร์สสัน 7
โลรอง 4
อาร์โนลด์ เอ็มวูเอ็มบ้า 18
จอห์น ยูทาก้า 17 น.66 ฌอน เดวิส 28
แมนเชสเตอร์ ยูไนเต็ด
เอ็ดวิน ฟาน เดอร์ ซาร์ 1
ริโอ เฟอร์ดินานด์ 5
จอห์น โอเชีย 22
เวส บราวน์ 6 ( น.44)
ปาทริซ เอฟร่า 3
เนมานย่า วิดิช 15
แอนเดอร์สัน 8
พอล สโคลส์ 18
ดาร์เรน เฟล็ตเชอร์ 24 ( น.32)( น.90)
คาร์ลอส เตเบซ 32
เวย์น รูนี่ย์ 10
สำรอง
โทมัสซ์ คุสซ์แซค 29
แกรี่ เนวิลล์ 2
เฟรเซอร์ แคมป์เบลล์ 31
ฟาบิโอ ดา ซิลวา 20
โรดริโก้ พอสเซบอน 34 น.77 แอนเดอร์สัน 8
ราฟาเอล ดา ซิลวา 21
ดาร์รอน กิ๊บสัน 28
สถิติของเกม
ปอร์ทสมัธ ประตู 0, ยิงตรงกรอบ 3, ยิงหลุดกรอบ 9, โดนบล็อค 2, เตะมุม 4, ฟาวล์ 11, ล้ำหน้า 4, ใบเหลือง 2, การครองบอล 36.1%
แมนเชสเตอร์ ยูไนเต็ด ประตู 1, ยิงตรงกรอบ 4, ยิงหลุดกรอบ 4, โดนบล็อค 5, เตะมุม 3, ฟาวล์ 13, ล้ำหน้า 5, ใบเหลือง 2, การครองบอล 63.9%
คะแนนความสามารถ
ปอร์ทสมัธ เดวิด เจมส์ 6, โซล แคมป์เบลล์ 6, ซิลแวง ดิสแตง 6, อาร์มองด์ ตราโอเร่ 5, เกล็น จอห์นสัน 5, ยูเนส กาบูล 7, ฌอน เดวิส 7, ลาสซาน่า ดิยาร์ร่า 5, ปาปา บูบา ดิยอฟ 5, ปีเตอร์ เคร้าช์ 5, เจอร์เมน เดโฟ 6
สำรอง เฌโรม โธมัส 7, จอห์น ยูทาก้า 5
แมนเชสเตอร์ ยูไนเต็ด เอ็ดวิน ฟาน เดอร์ ซาร์ 7, ริโอ เฟอร์ดินานด์ 7, จอห์น โอเชีย 5, เวส บราวน์ 6, ปาทริซ เอฟร่า 7, เนมานย่า วิดิช 8, แอนเดอร์สัน 9, พอล สโคลส์ 8, ดาร์เรน เฟล็ตเชอร์ 7, คาร์ลอส เตเบซ 7, เวย์น รูนี่ย์ 8
สำรอง โรดริโก้ พอสเซบอน 5
Por

Related Posts